เปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุฯ

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมเปิดโครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุฯ พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมพิธีเปิดงาน “รณรงค์ลดอุบัติเหตุ ปีใหม่ปลอดภัย ตายเป็นศูนย์” ณ สถานีขนส่งหมอชิต บริเวณอาคารผู้โดยสารภาคกลาง ชั้น 1 ชี้ภาครัฐควรสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน เพิ่มหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนทุกระดับชั้น และเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว

โดยภายในงาน ได้รับเกียรติจาก ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ คุณจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด และผู้แทนภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมงาน พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินตระหนักถึงความสำคัญในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน จากจำนวนอุบัติเหตุการจราจรทางถนนที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมาย และมาตรการป้องกันการลดอุบัติเหตุการจราจรทางถนน ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังไม่สามารถลดจำนวนอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงได้ใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 230 เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี รวมทั้งหน่วยงานของรัฐ ในเรื่อง “การใช้ถนนปลอดภัย ร่วมใจกัน ป้องกันอุบัติเหตุ” โดยได้มีการศึกษา วิเคราะห์ รับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพข้อเท็จจริงของการเกิดอุบัติเหตุ ปัญหาการดำเนินการตามกฎหมาย และมาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุของทางราชการ และลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคประชาชน อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิเมาไม่ขับ
ซึ่งผลการศึกษา พบว่า สาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน 4 อันดับแรก คือ การเมาสุรา การขับรถเร็วเกินกำหนด การตัดหน้ากระชั้นชิด และทัศนะวิสัยไม่ดี หรือสรุปได้ว่าเกิดจากพฤติกรรมของประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน และลักษณะทางกายภาพของเส้นทางการจราจร ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนทุกคน ทุกครอบครัวร่วมกันสร้างจิตสำนึก และตักเตือนซึ่งกันและกัน ในความไม่ประมาทต่อการขับขี่ยานพาหนะและการใช้รถใช้ถนน เช่น การควบคุมการขับขี่ไม่ให้ใช้ความเร็วจนมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ขับขี่ย้อนศร ไม่ตัดหน้าระยะกระชั้นชิด ดื่มสุราแล้วต้องงดเว้นการขับขี่หรือดื่มไม่ขับ ตรวจสภาพยานพาหนะของตนให้พร้อมใช้งาน ทางหน่วยงานเองก็ต้องเพิ่มป้ายสัญญาณ หรือจัดเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือตักเตือนตามจุดเสี่ยงต่างๆ ให้เข้มข้นขึ้น เช่น ทางโค้ง ทางลาดชัน การป้องกันการหลับใน ปรับปรุงทัศนะวิสัยของถนนหนทาง เพิ่มมาตรการอื่นในการจัดการกับผู้ที่ดื่มแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth